Entertainment Of Asia
Shopping Media Product Health Plus in Thailand
kooru.com first page Asia Entertainment News Asia Music Album Asia Music Video Asia Live Concert Asia Artist Profile Stars Wallpaper picture Tarvel Syte in Asia Clip Idols games Movies and Drama in Asia โฆษณากับเว็บไซต์

เกาหลีวันสีสวย...“เคียงจู” คู่เคียงใจ  เกาหลีวันสีสวย...“เคียงจู” คู่เคียงใจ   kooru rss feed
Description






“กวน มึน โฮ”

หนังไทยกลิ่นอายเกาหลีเรื่องนี้แร๊งส์มากต่อการดันกระแสการท่องเที่ยวเกาหลีที่แรงอยู่แล้วในบ้านเราให้แรงยิ่งขึ้นไปอีก

แต่ถึงอย่างนั้นก็เหอะ ในหนังเรื่องนี้ก็ยังมีการแอบเหน็บต่อพวกคลั่งไคล้กระแสเกาหลีแบบไม่ลืมหู ลืมตาในบ้านเรากันพอเหม็นปากเหม็นคอ เพราะเสน่ห์แห่งเกาหลีไม่ได้มีเฉพาะวัฒนธรรมเคป็อบ ละครซีรี่ย์ การศัลยกรรมเสริมอึ๋มและผ่าตัดชำเราหน้าที่คนไทยจำนวนหนึ่งคุ้นเคย แต่เสน่ห์แห่งเกาหลียังมีในอีกหลายมิติหลายแง่มุมให้ค้นหากัน

เคียงจู พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง

หากใครอยากสัมผัสกับความทันสมัย ตึกสูงระฟ้า ห้างสรรพสินค้า สถาปัตยกรรมแปลกตา แหล่งช้อปปิ้งขึ้นชื่อ แฟชั่นล้ำๆในเกาหลีก็ต้องไปที่กรุงโซล เมืองหลวง

แต่ถ้าใครอยากสัมผัสกับบรรยากาศที่แตกต่าง “เคียงจู”(Gyeongju) คือหนึ่งในนั้น

เคียงจู เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีที่ทางองค์การ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี(KTO)พยายามผลักดันให้คนไทยไปเที่ยวกันมากขึ้น เพราะเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้ฉายาว่าเป็นเมืองแห่ง“พิพิธภัณฑ์ไร้กำแพง”

ในอดีตเคียงจูเคยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรชิลลา(Shilla) 1 ใน 3 อาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในยุคสามก๊กของเกาหลี(อีก 2 ก๊กคือ อาณาจักรแพ็กเจ และโกกูรยอ) ซึ่งถูกสถาปนาเมื่อราว 57 ปี ก่อนคริสตกาลหรือราว พ.ศ.486

ด้วยความที่เคียงจูเต็มแน่นไปด้วยรอยอดีตอันรุ่งโรจน์ ยูเนสโกจึงประกาศให้พื้นที่“เขตประวัติศาสตร์”อัน มากไปด้วยสิ่งน่าสนใจของเมืองนี้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 2000 ซึ่งในช่วงที่“ตะลอนเที่ยว”ไปเยือน ตรงกับช่วงที่ใบไม้ที่นี่กำลังเริ่มต้นเปลี่ยนสีพอดี เราจึงได้เห็นสีสันของเมืองวัฒนธรรมผสมผสานไปกับสีสันของใบไม้เขียว เหลือง ส้ม แดง ที่ดูแล้วสวยงามน่ายล ช่วยทำให้อรรถรสในการเที่ยวเกาหลีเพิ่มทวีขึ้นมาอีกมากโข
เนินดินหลุมฝังศพพบได้ทั่วไปในตัวเมืองเคียงจู
เลียบเลียง เคียงจู

หลังเดินทางร่วม 5 ชั่วโมงด้วยรถโค้ชจากกรุงโซลถึงเมืองเคียงจู สิ่งที่อาจจะดูปกติธรรมดาสำหรับคนเกาหลี แต่สำหรับคนในโซนร้อนอย่าง“ตะลอนเที่ยว”ที่คุ้นเคยกับปลาร้ามากกว่ากิมจิและ ไม่รู้จักซุปตาร์เกาหลีมากไปกว่า ปาร์ค จี ซอง รู้สึกตื่นตาตื่นใจต่อภาพบ้านเรือนเก่าใหม่ในสไตล์บ้านแบบเกาหลีดั้งเดิมที่ ปรากฏต่อสายตา

ครั้นยามรถแล่นเข้าเขตเมืองเราพบว่า ถนนที่นี่สะอาดสะอ้าน น่ามองไปด้วยประติมากรรมประดับเมืองและสตรีทเฟอร์นิเจอร์มีสไตล์ มีทางเท้ากว้างๆให้คนเดินแบบไม่ถูกรุกล้ำเป็นแผงขายของหรือที่จอดรถ ซึ่งเหล่านี้ถ้าอยากให้มีบ้างในบ้านเรา สิ่งแรกที่“ตะลอนเที่ยว”คิดออกในตอนนั้นและตอนนี้คือต้องให้พวกนักการเมือง สามานย์ไปลงนรกเสียก่อน แต่ในความจริงก็คือคนเหล่านั้นกลับได้ขึ้นเงินเดือน ทุด!!!

ส่วนสิ่งที่ไม่ได้คิดแต่เห็นแล้วสะดุดตาจนลูกตาแทบกระเด็นออกจากเบ้า คือ บรรดาเนินดินทั้งลูกย่อมลูกใหญ่ ที่ไกด์บอกว่านี่คือเนินหลุมฝังพระศพหรือสุสานของกษัตริย์หรือบุคคลสำคัญใน อดีต ซึ่งมีมากถึงราว 200 แห่งในเคียงจู
บริเวณพระราชวังชิลลาจำลอง
สุสานเหล่านี้เปิ้ล หอย วิลลี่ อั้ม มาริโอ้ ไม่สามารถสาระแนเห็นผีได้เพราะไม่ได้มีบรรยากาศน่ากลัว แต่กลับเป็นดังสวนสาธารณะอันน่าเดิน โดยมีสุสานไฮไลท์เป็นสุสานหลวงของอาณาจักรชิลลาอยู่ที่อุทยานทุมูลี(Tumuli Park) ซึ่งประกอบไปด้วยสุสานย่อยถึง 23 แห่ง

นอกจากสุสานหลวงแล้ว อาณาจักรชิลลายังมีมรดกสำคัญอันเป็นความภูมิใจของชาวเกาหลีตกทอดมาถึงปัจจุบันคือ“หอดูดาวชมซงแด” ที่เป็นหอดูดาวเก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 7 โน่นด้วยรูปทรงคล้ายขวด ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพสมบูรณ์

พูดถึงอาณาจักรชิลลาอันเป็นรากฐานสำคัญทางวัฒนธรรมในเมืองเคียงจู แล้ว หากใครอยากชิลล์ชิลล์สัมผัสชิลลาให้มากขึ้น ทางเมืองนี้ได้จำลองบรรยากาศย้อนยุคของบ้านเมืองในยุคนั้นมาจัดแสดงไว้ใน “Shilla Millenium Park” ซึ่งโดดเด่นไปด้วย “พระราชวังชิลลา”ที่ เคยใช้เป็นฉากสำคัญในซี่รีย์เรื่องซอนต๊ก(ราชินีหญิงองค์แรกแห่งอาณาจักรชิ ลลา)เป็นไฮไลท์ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน กับความโอ่อ่า สวยงาม สมส่วน
การแสดงขี่ม้าในสวนชิลลา
ส่วนในช่วงยามเย็นที่นี่จะมีโชว์ขี่ม้าผาดโผน ซึ่งนำรากฐานทางวัฒนธรรมมาพัฒนาเป็นการแสดงดูดเงินนักท่องเที่ยว เนื่องจากในอดีตอาณาจักรชิลลาแม้มีคนน้อยกว่าอีก 2 อาณาจักร แต่ด้วยความที่ชาวชิลลาเชี่ยวชาญด้านการขี่ม้า และการทำศึกบนหลังม้า ทำให้สุดท้ายสามารถรบชนะอีก 2 อาณาจักรและสามารถรวมดินแดนทั้งสามเป็นหนึ่งเดียว
สวนตอไม้ขับไล่สิ่งชั่วร้าย
ในขณะที่สิ่งน่าชมอื่นๆในสวนแห่งนี้ก็มีหมู่บ้านโบราณ ประตูเมือง น้ำตก สวนตอไม้แกะสลักเป็นรูปหน้าคน(จังซื่อ)ตามความเชื่อว่าเป็นเครื่องรางคอยขับ ไล่ภูติผีสิ่งชั่วร้ายไม่เข้าใกล้ ส่วนเครื่องปั้นดินเผา สวนสวยๆ รูปปั้น สถาปัตยกรรมงามๆและงานศิลปะทั้งเก่า-ใหม่ประดับอยู่ทั่วไป ชวนให้เพลิดเพลินยามเดินชม ส่วนถ้าใครรู้สึกปวดทั้งหนักและเบา เราขอแนะนำว่าไม่ต้องอั้นเพราะห้องน้ำที่นี่นอกจากจะอาดสะอ้านและยังจัดทำ อย่างสวยงามกิ๊บเก๋ เป็น “Art Toilet”(อันนี้เรียกเอง)ที่น่าปลดทุกข์เป็นอย่างยิ่ง
อาคารหลักศาสนสถานถ้ำซ็อกคูรัม
วัดและถ้ำ เลอล้ำมรดกโลก

หลังนวดอารมณ์ชมเมืองเคียงจูตามแหล่งท่องเที่ยวที่เล่ามาข้างต้นแล้ว ทีนี้ก็มาถึงไฮไลท์กับการเที่ยวชมมรดกโลกร่วม 2 แห่งในเมืองนี้(ยูเนสโกนับเป็นมรดกโลกชุดเดียวกัน) ซึ่งได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกชุดแรกในเคียงจูในปี ค.ศ.1995

แห่งแรกเป็น“ถ้ำซ็อกคูรัม” ที่ตั้งอยู่บนเขาโตฮัม ซัน ซึ่งต้องออกแรงเดินเท้าเข้าไปประมาณหนึ่งกิโลเมตรกว่าๆบนเส้นทางสบายๆตาม ไหล่เขา ที่ระหว่างทางน่าชมไปด้วยใบเมเปิ้ลและใบไม้อื่นๆกำลังเปลี่ยนสี ชนิดใครและใครหลายคนเห็นแล้วต้อยกกล้องถ่ายรูปกันให้ควั่ก นอกจากสีส้มแดงของใบไม้แล้วบนเส้นทางสายนี้ยังมีสีขาวโอโม่จากสาวๆเกาหลีให้ หนุ่มๆบางคนมองตาไม่กระพริบ
บ่อน้ำดื่มศักดิ์สิทธิ์
ถ้ำซ็อกคูรัม สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากวัดถ้ำในอินเดีย สร้างโดยบัญชาของกษัตริย์กียองดุก แห่งอาณาจักรชิลลาเพื่อให้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วงปกป้องชาวเมืองให้ร่ม เย็นเป็นสุขปราศจากศัตรูและความชั่วร้ายทั้งปวง

ถ้ำแห่งนี้เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธนิกายมหายาน บนอาคารหลักที่ต้องเดินขึ้นเขาชันไปเล็กน้อย ประดิษฐานพระพุทธรูปสลักจากหินแกรนิตองค์โตประทับนั่งบนดอกบัวท่ามกลางพระ สาวก มีพระพักตร์ดูอมยิ้มอิ่มเอิบ ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่ามีตาที่สามอยู่ที่หน้าผากด้วย เดิมเป็นตาเพชรก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคริสตัลในภายหลัง

หลังกราบไหว้องค์พระแล้ว ขาลงเราเดินลงอีกทาง เห็นจุดขายของที่ระลึกและจุดให้ผู้มีจิตศรัทธาทำบุญซื้อกระเบื้อง หลังคา(10,000 วอน) โดยเราสามารถเขียนชื่อเขียนข้อความอธิษฐานลงบนแผ่นกระเบื้องเพื่อความเป็น สิริมงคล

นอกจากความเชื่อเรื่องการเขียนกระเบื้องแล้ว ตรงมุมหนึ่งของลานทางขึ้นยังมีท่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้ดื่มกินล้างหน้าล้างตา ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวมารับน้ำศักดิ์สิทธิ์กันไม่ได้ขาด
สะพานเมฆขาว-เมฆฟ้า บันหน้าทางขึ้นวัดวัดบูลกุกซา
จากถ้ำซ็อกคูรัมเราไปต่อยัง“วัดบูลกุกซา”(Bulguksa) ที่เป็นอีกหนึ่งในมรดกโลกร่วมชุดเดียวกัน

วัดบูลกุกซาสร้างขึ้นในปี ค.ศ.535 โดยกษัตริย์บิวเพิง กษัตริย์องค์แรกของอาณาจักรที่เลื่อมใสพระพุทธศาสนา พระองค์ได้สวดมนต์ภาวนาขอให้อาณาจักรของพระองค์มีความอุดมสมบูรณ์และสงบร่ม เย็น

วัดแห่งนี้ถือเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นโบว์แดงอันทรงคุณค่าแห่งอาณาจักรชิ ลลาที่ตกทอดมาถึงปัจจุบัน สิ่งก่อสร้างเดิมทำจากหินภูเขาไฟอันสวยงาม แต่ภายหลังถูกทำลายในสงครามเกาหลีเหลือเพียงบันไดทางขึ้นด้านหน้า 2 บันไดที่เรียกว่า “สะพานเมฆขาว” และ “สะพานเมฆฟ้า” บันไดทั้งคู่มี 33 ขั้น เชื่อว่าเป็นเครื่องหมายแทนสวรรค์ภพ 33 ชั้น แต่ในปัจจุบันเราไม่สามารถขึ้นสู่ตัววัดด้วยสะพานเมฆขาวและฟ้าได้เพราะทาง เกาหลีเขาอนุรักษ์ไว้ และให้ไปเดินขึ้นที่บันไดด้านข้างแทน
หนึ่งในเจดีย์หินคู่กับวิหารหลักของวัดบูลกุกซา
เมื่อเดินเข้ามาภายในวัด จะพบกับวิหารหลักของวัดอันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่เดินทางมาเที่ยวชม และสักการะองค์ภายใน วิหารหลังนี้งดงามอลังการในแบบฉบับสถาปัตกรรมเกาหลี มีลวดลาย งานฝีมือ งานสลักไม้ อันชวนมองประดับอยู่ทั่วไป

ในขณะที่บริเวณลานหน้าวิหารนั้นมี “เจดีย์หินคู่”ที่ “ตะลอนเที่ยว”เห็นแล้ว อดนึกถึงถั่วลิสงอบกรอบยี่ห้อหนึ่งไม่ได้
บรรยากาศภายในบริเวณวัดบูลกุกซา
เจดีย์หินทั้งสองนี้ มีอายุกว่า 1,200 ปี ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตกของวัด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุสำคัญ เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนเกาหลีเป็นอย่างมาก จนถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ด้านหลังของเหรียญ 10 วอน ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน

จากบริเวณวิหารหลักมีทางเดินแยกไปชมอาคารอีกหลายหลัง โดยหลังเดินชมโน่นชมนี่กันพอประมาณ ก่อนกลับเราไม่ลืมที่จะไปเรียงหินอธิษฐานในบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่อันร่มครึ้ม หน้าอาคารหลังหนึ่ง
ความเชื่อเรื่องการเรียงหินที่วัดบูลกุกซา
วิธีการเรียงหินที่นี่ไม่ต่างจากเมืองไทย คือพยายามเรียงหินให้สูงๆอย่างเจดีย์แล้วตั้งจิตอธิษฐาน ซึ่งเราพบว่มีคนมาเรียงหินกันเพียบจนต้องขยายพื้นที่เรียงหินไปบนหลังคา กำแพงทางเดินเตี้ยๆกันเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทั้งบ้านเขาและบ้านเราต่างมีความเชื่อคล้ายคลึงกันในเรื่องนี้
หมู่บ้านยางดอง มรดกโลกแห่งใหม่
มรดกโลกบ้านยางดอง เอี่ยมอ่องอรทัย

เคียงจูจัดเป็นเมืองรุ่มรวยมรดกโลกเมืองหนึ่ง เพราะนอกจากมรดกโลกเขตประวัติศาสตร์ และมรดกโลกร่วมวัดบูลกุกซากับถ้ำซ็อกคูรัมแล้ว เมืองนี้เพิ่งฉลองมรดกโลกแห่งใหม่ไปสดๆร้อนๆเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมากับ หมู่บ้านวัฒนธรรมยางดอง(Yangdong) ซึ่งเป็นคู่มรดกโลกร่วมชุดเดียวกันกับหมู่บ้านวัฒนธรรมฮาฮเวหรือฮาโอ(Hahoe) แห่งเมืองอันดง(Andong)

หมู่บ้านยางดอง เป็นหมู่บ้านโบราณอายุกว่า 500 ปี อยู่ห่างจากตัวเมืองเคียงจูออกไปใช้เวลานั่งรถประมาณ 45 นาที ตัวหมู่บ้านตั้งอยู่บนพื้นที่เนินที่เมื่อมองจากที่จอดรถเข้าไปจะเห็นบ้าน เรือนของหมู่บ้านปลูกสร้างกันไปตามสภาพภูมิประเทศ
บ้านตระกูลซงที่ยังหลงเหลือจากอดีตมาถึงปัจจุบัน
บ้านยางดองในอดีตเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นกลางและชนชั้นสูง ประกอบไปด้วย 2 ตระกูลหลัก ตระกูลซงและตระกูลลี

ตระกูลซงมีบ้านหลังหนึ่งหลงเหลืออยู่เป็นบ้านเก่าแก่ที่สุดในเกาหลี สร้างตั้งแต่ ค.ศ. 16 ปัจจุบันไม่มีคนอยู่อาศัยและเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เป็นบ้านที่สร้างจากไม้ ผนังบางส่วนทำจากดิน นับเป็นบ้านไม้ในอารมณ์เกาหลีที่แม้จะเก่าแต่ก็ดูเก๋าเหลือเกิน
หลังคาบ้าน(ในอดีต)บ่งบอกฐานะที่หมู่บ้านยางดอง
ส่วนตระกูลลีนั้นก็มีไฮไลท์อยู่ที่อาคารหลังหนึ่ง ซึ่งเดิมเป็นดังศาลาประชาคมของหมู่บ้าน ปัจจุบันไม่มีคนอยู่อาศัย เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมฟรีเหมือนบ้านตระกูลซง

นอกจากบ้านสองหลัง(ใหญ่)อันเก่าขลังของสองตระกูลแล้ว บ้านเรือนทั่วไปในหมู่บ้านแห่งนี้ก็ทรงเสน่ห์เหลือใจ ซึ่งในอดีตบ้านไหนที่มีฐานะดีก็จะเป็นบ้านไม้โออ่าหลังคามุงกระเบื้องลอนแบบ เกาหลี ส่วนบ้านไหนที่มีฐานะรองลงมาหรือฐานะไม่สู้ดีก็จะเป็นบ้านดินหลังคามุงฟาง ข้าว แต่ในปัจจุบันบางทีเราไม่อาจวัดฐานะคนจากลักษณะภายนอกของบ้านได้
วัฒนธรรมกิมจิในหมู่บ้านยางดอง
สำหรับความวิเศษอีกอย่างหนึ่งในการชมหมู่บ้านยางดองก็คือ บ้านเรือนส่วนใหญ่ในที่นี้ดูมีชีวิตชีวาเพราะชาวบ้านยังคงอยู่อาศัยใช้ชีวิต กันตามปกติ หลายบ้านแม้ตัวบ้านภายนอกอาจดูเก่าขรึม แต่ภายในทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์ ทีวีดาวเทียม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆตามยุคสมัยนิยม

ในขณะที่วิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่ก็น่ายลไปด้วยวิถีอันเรียบง่าย ทำการเกษตรปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ บ้านหลายหลังตั้งไหหมักกิมจิเอาไว้ บ้านบางหลังมีภาพของคุณยายคุณตามานั่งพูดคุย และก็มีบ้านอีกบางหลังที่เหลือแต่คุณตาคุณยายนั่งคนเดี่ยวอย่างเปลี่ยวเหงา เพราะลูกหลานเข้าไปทำงานในเมือง
คุณยายกับวิถีชีวิตอันเปลี่ยวเหงาที่บ้านยางดอง
เรื่องนี้ดูไม่ต่างกันทั้งไทยและเกาหลี เช่นเดียวกับอีกหนึ่งเรื่องที่นับวันดูๆไป เมืองไทยไม่ต่างจากเกาหลีเท่าไหร่ นั่นก็คือหลังกลับจากเกาหลีเรามีโอกาสไปเดินเตร็ดเตร่แถวสยาม พบว่าวัยรุ่นไทยส่วนใหญ่เสริมแต่งตัวเองในแนวเคป็อบกันเป็นแถว ชนิดที่สาวๆหลายคนหากโตขึ้นทำงานเก็บเงินได้เธอคงบินไปผ่าตัดยกเครื่อง เสริมโน่น ตัดนี่ที่เกากลีกันบ้างแหละน่า จนเราเห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า

นี่มันกรุงเทพฯหรือกรุงโซลกันแน่(วะ)
*****************************************

ผู้สนใจท่องเที่ยวเมืองเคียง จูหรือเมืองอื่นๆในเกาหลี สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี โทร.0-23542080-1 หรือดูที่เว็บไซต์ www.kto.or.th

Article Tool
Add Kooru to Homepage   Add Kooru to Homepage
Printable version Content   Printable version
E-mail Content to a friendt   Email this to a friend
Bookmark this Content  Bookmark this site!
AddThis Social Bookmark Button
AddThis Feed Button

ขอขอบพระคุณข้อมูลดีๆ จากเว็บไซต์:  http://www.manager.co.th
  By: lulu  |  Date Create: วันที่ 26 เดือนธันวาคม พ.ศ. 2553 - 05:34 น.  |  Vitistor: 91
 
 
DVD VCD TVXQ
 สถานที่ท่องเที่ยวUpdate
“ทามารูยะ ฮอนเท็น” เนื้อย่างญี่ปุ่น หอมกรุ่นรสวาซาบิสด “ทามารูยะ ฮอนเท็น” เนื้อย่างญี่ปุ่น หอมกรุ่นรสวาซาบิสด
เกาหลีวันสีสวย...“เคียงจู” คู่เคียงใจ เกาหลีวันสีสวย...“เคียงจู” คู่เคียงใจ
ผลสำรวจพบคนไทยอยากไปเที่ยว ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง มากที่สุด ผลสำรวจพบคนไทยอยากไปเที่ยว ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง มากที่สุด
รู้จัก “กวางเจา” ในเงาเอเชียนเกมส์ รู้จัก “กวางเจา” ในเงาเอเชียนเกมส์
ชมสิงคโปร์ฟอร์มูล่าวันกลางคืน พร้อมจองที่พักราคาพิเศษ ชมสิงคโปร์ฟอร์มูล่าวันกลางคืน พร้อมจองที่พักราคาพิเศษ
“YourSingapore” เที่ยวสิงคโปร์ในภาพลักษณ์ใหม่ “YourSingapore” เที่ยวสิงคโปร์ในภาพลักษณ์ใหม่
ไปชิมเนื้อโกเบ..ที่ญี่ปุ่น ไปชิมเนื้อโกเบ..ที่ญี่ปุ่น
 
 สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม
ไปทัวร์เกาหลี แบบ “ศัลยกรรมสไตล์เกาหลี”  กันดีกว่า ไปทัวร์เกาหลี แบบ “ศัลยกรรมสไตล์เกาหลี” กันดีกว่า
สินค้าแนะนำและแหล่งซื้อสินค้าในเกาหลี สินค้าแนะนำและแหล่งซื้อสินค้าในเกาหลี
มี “3G” ไม่ต้องเช่ามือถือไปเกาหลี มี “3G” ไม่ต้องเช่ามือถือไปเกาหลี
ไปเที่ยวเกาหลีจะซื้ออะไรกลับมาดี..?? ไปเที่ยวเกาหลีจะซื้ออะไรกลับมาดี..??
ยล “ไทเป” เสน่ห์เมืองหลวงแห่งไต้หวัน ยล “ไทเป” เสน่ห์เมืองหลวงแห่งไต้หวัน
แนะนำเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี ของประเทศญี่ปุ่น แนะนำเทศกาลต่างๆ ตลอดทั้งปี ของประเทศญี่ปุ่น
ไปเที่ยวเกาหลี..สุดยอดเมนูอาหารเกาหลีจานเด็ด ไปเที่ยวเกาหลี..สุดยอดเมนูอาหารเกาหลีจานเด็ด
 
 เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
บริการ E-marketing
บริการ E-marketing
บริการ E-marketing
สุขภาพดี
บริการ E-marketing
ดวงตาน่ารู้
บริการ E-marketing
ศัลยกรรมความงาม
บริการ E-marketing
ราคาเลสิค
บริการ E-marketing
รูปดารานักร้อง
 
 
Today - วันที่ 28 เดือนกันยายน พ.ศ. 2564   ขณะนี้มีคนออนไลน์  123 คน   จำนวนผู้เข้าชมทั้งสิ้น :  คน   
Design and Programing by lulu@chaiyo.com   Host Power By Thenextplus.com